ยินดีต้อนรับ : เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
  • TH 
  • EN 
  • Select Room
  • Check-In Date
  • Check-Out Date
  • Adult
  • Child
    (0-12 year)
  • Night
Hotels with reviews on HolidayCheck

สถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาจังหวัดตราด 

1. ลานตะบูน - ชุมชนบ้านท่าระแนะ    

บ้านท่าระแนะ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด  เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ ขนาด 2,000 ไร่ อายุกว่า 100 ปี แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มาก เป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ชาวบ้านได้อาศัย ผืนป่าแห่งนี้ทำมาหากิน จับปู ปลา กุ้ง หอย ประมาณ 10 ปีมาแล้ว จนกลายอัศจรรย์ป่าชายเลน 1 ใน สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งจังหวัดตราด ความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่การนั่งเรือไปลานตะบูน 10 นาที เราจะผ่านช่วงป่าในคลองถึง 3 ป่า คือ ป่าโกงกาง ป่าจากและป่าตะบูน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ นอกจากนี้ก่อนลงเรือไปลานตะบูนหากสนใจทำกิจกรรมเพิ่มเติมทางชุมชนยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลักของบ้านท่าระแนะ อื่น คือ เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงชาวบ้านจะต้อนรับด้วยเวลคัมดริ๊งแบบชุมชน จากนั้นฟังสรุปบริบทชุมชนว่า ความเป็นมาของชุมชน โดยการ นำเสนอวิถีนิเวศป่าชายเลน และฟื้นฟูประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในการเป็นศูนย์กลางท่าเรือสำเภาจีน ที่ชุมชนได้นำเสนอ “สปาเจ๊ก” โดยมีจุดประสงค์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองตราดเชื้อสายจีนและสมุนไพร โบราณต่างๆที่พ่อค้าชาวจีนโบราณต่างแล่นเรือใบมา สรรหา ณ เมืองตราดเพื่อนำไปขาย  มีการฟื้นฟูเรือใบที่สานจากต้นคันทรง ซึ่งปัจจุบันวิกฤตมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้เครื่องจักสาน จากใบคันทรง มรดกภูมิปัญญาของชาวท่าระแนะสูญหายไปให้กลับคืนมา นอกจากนี้ยังมีหัวร้อยรู มหัศจรรย์นิเวศป่าชายเลน ที่เปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะถึงขนาดคนในพื้นที่บอกต่อกันว่า “จิบชาร้อยรู อยู่ร้อยปี” ชาสมุนไพรร้อยรูนี้ เชื่อกันว่ารักษาโรคมะเร็งได้ จึงทำให้เกิดวิกฤตในชุมชนคือการลักลอบนำหัวร้อยรูออกจำหน่าย ซึ่งมีราคาสูงและทำให้มีจำนวนลดลง นอกจากนี้ ยังเป็นชุมชน ปลายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากการทำอุตสาหกรรมพลอยในอำเภอบ่อไร่จนทำให้สาหร่ายเขากวางและสัตว์น้ำบางชนิดสูญหายไป  

จากนั้นชาวบ้านก็จะนำเราไปที่เส้นทางเข้าป่าแวะดูจอมยุทธ์คีบปู คือ ชาวบ้านคนหนึ่งในชุมชนที่แขนเสีย 1 ข้าง แต่ประกอบอาชีพ หาปูทะเลขาย จุดเด่นของเขาก็คือ การจับและมัดปูด้วยแขนเดียวในเวลา ไม่เกิน 30 วินาที ต่อด้วยการให้พวกเราร่วมกัน ปล่อยปู คืนสู่ธรรมชาติเพื่อเพิ่มทรัพยากรในพื้นที่ตราด จากนั้น จะเป็นการเดินชมเส้นทางป่าโกงกางประมาณ 10 นาที ที่มีปลายทางถึงเป็น จุดลงเรือ ต่อด้วยกิจกรรมการปลูกหัวร้อยรูเพื่อเชื่อมโยงการอนุรักษ์สมุนไพรท้องถิ่น โดยมีการทำตัวอย่างหัวร้อยรูมาเป็นน้ำชา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันและใช้ชื่อว่า “จิบชาร้อยรู  อยู่ร้อยปี” เสริมด้วยข้าวเกรียบงาย่าง 

รายละเอียดเพิ่มเติม
การนั่งเรือไปชมมหัศจรรย์ป่าชายเลนบางตะบูน ควรไปในช่วงน้ำลง ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นรากไม้ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ซึ่งช่วงเวลา ที่เหมาะสมจะเป็นในช่วงเวลาเช้าก่อน 10 โมง อย่างไรก่อนเดินทางโทรสอบถามอีกครั้ง 
สอบถามเพิ่มเติม นายสายชล  สุเนตร โทร 081 161 6694

การเดินทางไปบ้านท่าระแนะ จากตัวเมืองตราดใช้ทางหลวงหมายเลข 3148 เส้นทงทางไปแหลมงอบ ประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3155 ประมาณ 6.5 กิโลเมตร จะเห็นป้ายชุมชนบ้านท่าระแนะ  เลี้ยวซ้ายไปถึงที่ทำการชุมชน      

  

                                                                                                                                                                                 


2. พิพิธภัณฑ์มรดกเมืองตราด
 ณ วัดบุปผาราม อยู่ในตัวเมืองตราด เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โบสถ์ วิหาร และเจดีย์เป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพิพิธภัณฑ์มรดกเมืองตราด เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากยิ่ง ทั้งพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำบุเงิน พระพุทธรูปปางต่าง ๆ เครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยยุโรป กลองมโหระทึก และหากมีเวลาแวะสักการะศาลหลักเมืองตราด ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองตราดเพื่อเป็นสิริมงคล เอาฤกษ์เอาชัย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง 

 

3. ร้านทิวธาราโฮมสเตย์ หรือ บ้านทิวธารา โฮมสเตย์ จุดเด่นของร้านอาหาร เดิมจนถึงปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นร้านรับซื้อปูและอาหารทะเลอื่น ๆ จากชาวบ้าน ซึ่งเปิดทำการมามากกว่า 20 ปี อาหารส่วนใหญ่จะเป็นเมนูประเภทปู กุ้ง หมึก และหอยลาย เพราะเป็นวัตถุดิบที่รับซื้อมาจากชาวบ้านที่ออกเรือเพื่อทำประมงในบริเวณนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างพื้นที่เดินทางมาเที่ยวชมทุกวัน ในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ทางร้านจะพายเรือให้อาหารปลาแล้วจะมี ฝูงเหยี่ยวแดงคอขาว นับร้อยตัวออกมาบินโฉบเฉี่ยวแย่งอาหารปลากินกัน ซึ่งนับว่าเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ ปัจจุบัน สตร.ได้ส่งเสริมให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวในมิติแห่งการเรียนรู้ และร้านอาหารแห่งใหม่ของจังหวัดตราด
   การเดินทาง เริ่มต้นบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด ใช้เส้นทางหมายเลข 3148 ตราด –แหลมงอบ ขับตรงไปประมาณ 7 กิโลเมตร สังเกตทางโค้งขวาจะพบถนนเป็นสะพานข้ามคลอง และมีทางแยกซ้ายปลายสะพาน ให้เลี้ยวซ้าย เข้าจากนั้น ขับตรงไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบทางสามแยก ให้เลี้ยวขวาและขับตรงไปประมาณ 50 เมตร จะพบลานจอดรถ ของ บ้านทิวธารา รีสอร์ทกิจกรรมท่องเที่ยว การล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน, เที่ยวชมวิถีชีวิตชาวประมง เช่น การกู้ลอบปู , การดักจับปลา , การเพาะเลี้ยงหอยแครง , หอยแมงภู่ และปูนิ่ม สอบถามเพิ่มเคิม โทรศัพท์ 08-0575-3598 0-3959-3669 0-3959-3580




4.  ออกท่องเที่ยว เดินทางไปยังเกาะอื่นๆ  เกาะช้าง  เกาะกูด เกาะหมาก  เกาะช้าง เกาะสวรรค์ทะเลตะวันออก เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในทะเลตะวันออก เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เกาะกูด แผ่นดินแห่งสุดท้ายในน่านน้ำของไทยทางฝั่งทะเลตะวันออก เป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 4 ของประเทศไทย เกาะหมาก เกาะใหญ่เป็นอันดับ 3 ในท้องทะเลตราด มีรูปร่างสัณฐานคล้ายรูปดาวสี่แฉก อยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด
   พักในตัวเมืองตราด สามารถเดินทางไปยังท่าเทียบเรือได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที 
ท่าเรือที่จะเดินทางไปเกาะช้างมีบริการ 3 ท่า คือ ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง (อ่าวธรรมชาติ) ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์และท่าเรือแหลมงอบ ซึ่งปัจจุบันท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างจะมีระยะการเดินทางสั้นที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที   การเดินทางไปขึ้นเพื่อจะไปเกาะหมาก เกาะกูดจากในตัวเมืองตราดไปทีท่าเรือแหลมศอกสามารถเลือกเดินทางได้กับหลายบริษัท เช่น ศิริไวย์สปีดโบ๊ท นอกจากนี้ยังมีเรือเฟอรรี่ของ เกาะกูดเอ๊กซ์เพลส และ เรือบุญศิริ/Catamaranบริการลูกค้าจากแหลมศอก โดยเรือเกาะกูดเอ๊กซ์เพลสจะออกจากแหลมศอกเวลา 12.30 ตรง ทุกๆวัน
   การเดินทางจากกรุงเทพฯ  
โดยรถยนต์ไปเกาะช้าง เส้นทางที่สะดวกและระยะทางสั้นที่สุดจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์บ้านบึง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 344 เมื่อถึงอำเภอแกลงให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ผ่านอำเภอขลุง แล้วข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเวฬุ เข้าสู่เขตจังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร ปัจจุบันสามารถใช้เส้นทางลัดเดินทางไปยังท่าเทียบเรือเฟอร์รี่โดยไม่ผ่านเข้าตัวเมืองจังหวัดตราด ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที โดยเริ่มจากจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวจังหวัดตราด (มีลักษณะเหมือนเรือขนาดใหญ่อยู่สองฝั่งถนน ตรงกลางถนนจะเป็นหลังคาขนาดใหญ่คล้ายกับดอกเห็ดยักษ์) จากจุดนี้ประมาณ 300 เมตร จะพบสามแยกไฟแดงแสนตุ้ง หลังขับผ่านแยกนี้แล้วให้ขับรถชิดขวาไว้ และขับรถต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร จะพบทางแยกขวาไปยังท่าเทียบเรือได้ ซึ่งเส้นทางนี้เป็นที่นิยมมาก ระหว่างทางจะพบป้ายบอกทางไปยังท่าเทียบเรือโดยตลอด 
  

  

5.หาดบานชื่น อำเภอคลองใหญ่  สำหรับบางท่านที่ไม่ต้องการลงเรือไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ อาจเลือกเส้นทางสายตราด-คลองใหญ่ หาดบานชื่นเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่น่าพลาดตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 59-60 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 318(ตราด-คลองใหญ่) แยกขวามือเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร โดยชายหาดบานชื่น มีจุดเด่น คือ มีทรายที่ขาวเนื้อละเอียด เนื่องจากในเนื้อทรายมีส่วนผสมของแร่เซลิก้าอยู่ มาก สามารถลงเล่นน้ำได้ มีบังกะโลที่พักริมชายหาดหาด นอกจากนี้ ระหว่างเส้นทางไป อำเภอคลองใหญ่ จะพบหาดทรายต่างๆ ได้แก่ หาดทรายงาม หาดจินดา หาดเพลิน ฯลฯ 
   การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข  3(สุขุมวิท) มุ่งหน้าอำเภอบ้านบึง - แกลง - จันทบุรี - ตราด รวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร จากนั้นก่อนเข้าเมืองตราด จะพบทางสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอคลองใหญ่ และขับตรงไปประมาณกิโลเมตรที่ 55 จะสังเกตเห็นศาลาด้านซ้ายและมีทางแยกขวาให้เลี้ยวไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบป้อมตรวจการณ์สอบถามเพิ่มเติม ททท.ตราด 039-597259-60
  
  

6. สุดเขตตะวันออกแผ่นดินสยาม ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด  ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็กเป็นหมู่บ้านสุดชายแดนติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา อยู่ปลายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 เมื่อสงครามสู้รบในกัมพูชาสิ้นสุดลงราวปี พ.ศ. 2529 ตลาดแห่งนี้นับเป็นแหล่งรับซื้อพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวกัมพูชาเพื่อไปขายต่อที่เกาะกง ตลาดที่บ้านหาดเล็กจะมีเฉพาะในช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.00–08.30 น. และยังมีสินค้าราคาถูกที่มาจากประเทศกัมพูชา เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น จากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยนั่งรถแท็กซี่จากชายแดนบริเวณบ้านหาดเล็กฝั่งประเทศกัมพูชาเพื่อที่จะไปเกาะกงได้ อัตราราคาค่าโดยสารแล้วแต่จะตกลงกัน และสำหรับการเดินทางจากตัวเมืองตราดไปเกาะกงสามารถนั่งรถตู้จากตัวเมืองตราดไปหาดเล็ก โดยจะมีรถออกทุก ๆ ชั่วโมง อัตราราคาค่าโดยสารแล้วแต่จะตกลงกัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
    การเดินทาง
    ไปบ้านหาดเล็กมีรถตู้บริการนักท่องเที่ยวที่ตัวเมืองตราดไปหาดเล็กทุกวัน รถออกทุก ๆ ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 100 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางต่อจากบริเวณด่านถาวร บ้านหาดเล็กข้ามไปนั่งรถแท็กซี่ของฝั่งประเทศกัมพูชาข้ามสะพานไปยังเกาะกงได้ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที สำหรับประชาชน ชาวไทย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอคลองใหญ่ สามารถทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวได้ที่ ที่ว่าการอำเภอคลองใหญ่ 
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการเดินทางได้ที่ ที่ทำการอำเภอคลองใหญ่ โทร. 0 39534572 หรือที่สำนักงานจังหวัดตราด ฝ่ายข้อมูล โทร. 0 39512081

   

  

  

7.หาดทรายดำสุดมหัศจรรย์ อ.แหลมงอบ
หาดทรายดำ ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของธรรมชาติ ปัจจุบันมีเพียง 5 แห่งในโลก ซึ่งหนึ่งในห้านั้นก็ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด ดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หาดทรายดำหรือหาดหัวสวน แห่งนี้ มีความเชื่อกันว่า หาดทรายดำสามารถรักษาโรคได้ เพียงแค่ไปนอนหมกตัวอยู่ในทราย ด้วยความเชื่อนี้ทำให้เกิดเสียงเล่าลือกันไปต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างแห่กันมาที่หาดทรายดำกันมากขึ้น ในปัจจุบันระบบนิเวศโดยรอบของหาดทรายดำซึ่งเป็นป่าชายเลนนั้น มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก ทำให้ทางจังหวัดตราด พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด มีการเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติหาดทรายดำขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับความมหัศจรรย์และยังได้ความรู้ต่าง ๆ ของระบบนิเวศป่าชายเลน จากป้ายต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ตลอดเส้นทาง หากใครจะไปสัมผัสกับหาดทรายดำต้องดูช่วงเวลาน้ำขึ้น น้ำลงให้ดี เพราะถ้าไปช่วงน้ำลง ท่านจะได้เห็นหาดทรายดำที่กว้างใหญ่ สามารถลงไปสัมผัส และเก็บภาพสวย ๆ ได้แต่ถ้าไปในช่วงน้ำขึ้น จะถือว่ามาเสียเที่ยว ยังไงก็เลือกช่วงเวลากันให้ดี ๆ นะคะ  
การเดินทาง หาดทรายดำ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปิด ห่างจากอำเภอแหลมงอบประมาณ 12 กิโลเมตร หากมาด้วยรถส่วนตัวใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3156 เลยทางแยกแหลมงอบ – บ้านแสนตุ้งประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ก็จะถึงสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 (บ้านน้ำเชี่ยว)